การให้ อาหารสายยาง เจ็บรือไม่การให้ "ตัวอาหาร" ผ่านสายยางนั้น ไม่เจ็บ แต่ความรู้สึกไม่สบายจะอยู่ที่ "ตัวสายยาง" มากกว่า โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วงดังนี้ครับ:
1. ช่วงการใส่สาย (The Insertion) – "เจ็บและเคือง"
สายทางจมูก (NG Tube): ช่วงที่ใส่จะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ แสบ และมีอาการสำลักหรืออยากอาเจียน (Gag reflex) ได้ เพราะสายต้องผ่านโพรงจมูกลงไปที่คอหอย แต่ความรู้สึกนี้จะเกิดขึ้นเพียงแค่ 1-2 นาที ในขณะที่พยาบาลกำลังใส่ครับ
สายทางหน้าท้อง (PEG): เนื่องจากต้องมีการเจาะผิวหนัง แพทย์จะใช้ ยาชา และ ยาสลบแบบอ่อนๆ ดังนั้นในขณะทำผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บครับ
2. ช่วงการให้อาหาร (The Feeding) – "ไม่เจ็บแต่แน่น"
เมื่อสายเข้าที่แล้ว การให้อาหารจะไม่เจ็บเลยครับ เพราะทางเดินอาหารไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บแบบผิวหนัง แต่ผู้ป่วยอาจรู้สึก:
ตึงๆ หรือแน่นท้อง: หากให้อาหารเร็วเกินไป หรืออาหารข้นเกินไป
อิ่ม: ความรู้สึกจะเหมือนเราทานข้าวอิ่มมากๆ
ระคายเคืองคอ: สำหรับคนใส่สายทางจมูก อาจรู้สึกรำคาญหรือเจ็บคอเหมือนเป็นหวัดตลอดเวลา เพราะมีสิ่งแปลกปลอมค้างอยู่
💡 วิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วย "สบายตัวขึ้น"
ทำความสะอาดจมูก: สำหรับสายทางจมูก ให้ใช้คอตตอนบัดชุบน้ำสะอาดเช็ดรอบรูจมูกบ่อยๆ เพื่อลดการสะสมของน้ำมูกที่แห้งกรัง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เจ็บเวลาสายขยับ
จิบน้ำ/ทาลิปมัน: ปากและคอที่แห้งจะทำให้เจ็บระคายเคือง การเช็ดปากด้วยน้ำสะอาดจะช่วยได้มากครับ
ให้อาหารช้าๆ: อย่าเร่งดันอาหารแรงๆ เพราะจะทำให้ผู้ป่วยปวดมวนท้องหรือแน่นจนหายใจลำบาก
อุ่นอาหาร: อาหารที่เย็นจัดจะทำให้กระเพาะหดตัวและเจ็บเสียดได้ ควรให้อาหารที่อุณหภูมิห้องครับ
⚠️ อาการเจ็บแบบไหนที่ "ไม่ปกติ"?
หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ขณะให้อาหาร ควรหยุดและเช็กทันทีครับ:
เจ็บจี๊ดที่หน้าท้อง: (สำหรับคนใส่สายหน้าท้อง) อาจเกิดจากแผลอักเสบหรือสายดึงรั้งผิวหนัง
เจ็บหน้าอกหรือปวดท้องรุนแรง: อาจเกิดจากลมในกระเพาะมากเกินไปหรือสายอยู่ผิดตำแหน่ง
สรุปคือ: การมีอาหารไหลลงไปนั้น ไม่เจ็บ ครับ แต่ความรำคาญจากสายยางเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาปรับตัว หากผู้ป่วยใส่ไปสัก 3-4 วัน ร่างกายจะเริ่มชินและเจ็บน้อยลงครับ